ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การ Generate XML ด้วย PHP


เป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้งกับ CI ( Codeigniter ) งานที่ได้รับมอบหมายคือ ให้เขียนสคริปสร้าง XML Feed จากฐานข้อมูลที่มีจำนวนข้อมูลเยอะๆ ยอมรับเลยครับว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้จับงานแนวๆ นี้ ก็จัดไปครับ ทำการเชื่อมตารางดึงข้อมูลมาทีเดียว แล้วยัดลง SimepleXML แล้วจัดเรียงข้อมูลนิดหน่อย ก่อนนำไปแสดงผลบน Browser ปรากฏว่า บรึ้ม โกโก้ครั้น ใช้หน่วยความจำเยอะจน Server น็อคเอาท์ ละทีนี้ทำไงละ ก็ลองงมๆ ไปอ่านเจอบทความตามลิ้งค์ด้านล่างเข้า



http://narhinen.net/2011/01/15/Serving-large-xml-files.html
http://codeinthehole.com/writing/creating-large-xml-files-with-php/

ก็แนะนำให้ลองใช้ XMLWriter ที่มีการ Flush ข้อมูลได้เพื่อคืนหน่วยความจำให้หลังจากแสดงผล ก็ลองนำไปประยุกต์ดู ปรากฏว่ายังไม่ได้ ความจริงแล้วตามบทความข้างต้นที่แปะไว้สามารถใช้งานได้นะครับ แต่สำหรับ Server ปกติที่ไม่ได้มีการเรียกข้อมูลตลอดเวลาซึ่ง ลองกับเครื่องตัวเองสามารถดึงเอาข้อมูลจำนวนมากไว้ยัดมาไว้ใน XML ได้สำเร็จ

แต่ว่าพอเอาขึ้น Server จริงๆ ที่มีคนใช้งานนับพันเท่านั้นแหละครับ Server Down!! เลย เนื่องจาก Server ที่มีอยู่มีการทำ XML Feed อยู่ด้วยจึงทำให้เกิดการอ่าน และเขียนไฟล์ตลอดเวลา แล้วผมก็ใช้ XMLWriter เป็นการสร้างไฟล์ และแสดงผลโดยการดึงเอาแรมมาใช้ ซึ่งใช้เยอะมาก

สุดท้าย เรื่องราวก็ไปจบลงตรงที่ "สูงสุดคืนสู่สามัญ" การทำอะไรที่ล้ำเกินไปก็ไช่ว่าจะดี ผมไปอ่านเจอบทความนี้เข้าซึ่งตอนแรกเคยเปิดเจอแล้วก็ไม่ได้สนใจ หรือตั้งใจอ่านดีๆ

http://stackoverflow.com/questions/13536032/generating-an-xml-file-with-large-amounts-of-data-and-avoid-memory-cap

บทสรุปของการทำ XML ด้วย PHP เลยมาจบลงที่ตรงนี้ ผมนี่ถึงกับ ร้องเลยว่าเสียเวลาไป 3 วันงม ไปหาว่าจะไปเพิ่มแรม หรือกำหนดค่าอย่างไรให้ Server รันสคริปได้โดยไม่น็อคซึ่งความจริงแล้วเป็นไปได้ยาก และก็เป็นเงื่อนไขบังคับจากหัวหน้าว่าห้ามตั้งค่า Server เพราะมันไม่ไช่สิ่งที่ถูกต้อง
ซึ่งก็จะได้โค้ดแบบคร่าวๆ หน้าตาประมาณนี้ครับ


สุดท้ายนี้ ผมจึงสรุปข้อผิดพลาดของผมออกมาได้ดังนี้
  1. เราไม่จำเป็นต้อง Query ทุกข้อมูลภายในครั้งเดียวเสมอไป ซึ่งบางครั้งจำนวนข้อมูลก็มีมากเกินไป เราสามารถลดทอนได้ด้วยการใช้ Limit ตัดเอาข้อมูลบางช่วงมาทำงานก่อนจากนั้น จึงค่อยๆ ทำในส่วนต่อไปจนถึงข้อมูลชุดสุดท้าย ทำแบบนี่จะช่วยลดการใช้งาน Ram ของ Server
  2. ผมเสียเวลางม และจมอยู่กับการที่ไปแก้ไขเรื่องหน่วยความจำ และเวลาในการเรียกข้อมูลเพื่อรองรับการรันสคริปในระยะเวลานานๆ ซึ่งแท้จริงนั่นไม่ไช่ประเด็นเลย แต่ที่ควรทำ คือ การเขียนอย่างไรให้ไม่ใช้หน่วยความจำมากเกินไป ซึ่งจะได้ตามคำแนะนำในบทความจากลิ้งค์ที่ 3
  3. อย่ายึดติดกับการใช้ประโยชน์จาก PHP ฟังก์ชันมากเกินไป บางทีไม่ได้ศึกษาให้เข้าใจว่ามันมีการใช้หน่วยความจำเยอะหรือไม่? ซึ่งท้ายที่สุด ก็จบด้วยการ echo string ออกมาแบบธรรมดาเลย
ก็เหมือนกับทุกครั้ง สิ่งที่ผมนำมาแชร์นั้น ก็เปรียบเสหมือนเรื่องเล่าประจำวัน อาจจะไม่ได้ถูกที่สุด 100% สามารถโต้แย้งกันได้ตลอดเวลาครับ ผิดพลาดประการใดก็ฝากมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเพิ่ม Font ภาษาไทยอื่นๆ เข้าไปใช้งานใน MPDF

เนื่องมาจากผมได้มีโอกาสจับงานที่ต้องแปลงหน้าเว็บให้เป็น PDF ลองๆ หาข้อมูลก็ไปเจอเจ้าตัวนี้ MPDF  ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีให้ใช้งานอีกหลายๆ ตัว สาเหตุที่เลือกใช้งานตัวนี้เพราะมัน ค่อนข้างจะติดตั้ง และใช้งานง่าย และยังสามารถอ้างอิง CSS เข้ามาช่วยจัดหน้าตาใน PDF ได้อีกด้วย ซึ่งผลที่ได้เพี้ยนไปจากตัวจริงไม่มากครับ แต่ที่ทำให้เลือกใช้งานเพราะการเพิ่มฟ้อนท์ภาษาไทย เข้าไปนั้นค่อนข้างง่ายครับ เลยจะขอมาแนะนำดังนี้

แก้ไขปัญหา Laravel+Vite redirect ไปที่ path build

  ก่อนหน้านี้ติดปัญหาเรื่องการพัฒนาเว็บแอพลิเคชันด้วย Laravel และ Vuejs โดยใช้ Vite ควบคู่ในการพัฒนา Frontend ตอนรัน npm run dev ก็ดูเหมือนจะใช้งานได้ปกติ แต่พอมาลอง build ดูปรากฏว่าตัว application คอย redirect ไปที่ path /build ตลอดเลย พอหาข้อมูล ไปๆ มาๆ ก็เจอว่าตอนที่เขียนเราใช้ router ของฝั่ง vuejs ซึ่งทำเป็น SPA const router = createRouter({     history: createWebHistory(import.meta.env.BASE_URL), }); จากโค๊ดด้านบนนี่แหละที่ มึนอยู่หลาย ชั่วโมง แก้ง่ายๆ ที่สุด คือทำแบบนี้ const router = createRouter({     history: createWebHistory(), }); เข้าใจว่า import.meta.env.BASE_URL ค่า default น่าจะเป็น /build ถ้าเอาออกจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ แต่ยังไม่ได้ลองว่าถ้าเราไปกำหนด env ตัวนี้ขึ้นมาก็อาจจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ด้วยหรือเปล่า? VITE_BASE_URL="/" ใครลองแล้วได้ผลมาคอมเม้นกันด้วยนะ วันนี้ไปก่อนละ

การเขียน Force download ด้วย PHP

การทำ Force download ด้วย PHP นั้น ไม่ไช่เรื่องใหม่อะไร มีการเขียนโค้ดด้วยลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ แต่ผมต้องนำมาแปะเป็นทริคเล็กน้อยกันตัวเองลืมครับ ประโยชน์ของมันคือในกรณีที่เราไม่สามารถเข้าไปจัดการ Apache config ได้เราสามารถใช้วิธีนี้แทนได้