ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปลดล็อคความสามารถให้กับ Sublime Text ตอนที่ 2


ความเดิมจากตอนที่แล้วสำหรับตอนที่ 2 นี้ ผมจะมาแนะนำ plugin ที่น่าใช้สำหรับ Web Development นะครับ ซึ่งความจริงแล้วก็มีให้เราเลือกเลือกใช้มากมาย สามารถ search google ได้ด้วยคำว่า "sublime popular package" ซึ่งทาง Sublime Text ได้จัดอันดับไว้ให้เราด้วย สามารถเข้าไปเลือกดู เลือกโหลดกันตามใขชอบเลยครับ แต่ผมจะมาขอแนะนำ ตัวที่คิดว่าลงแล้วใช้งานได้จริงแน่ๆ มาฝากกันครับ



1. Packe Control (https://sublime.wbond.net/installation)
แน่นอนครับก่อนจะโหลดอะไรมาเสริมได้ เราต้องลงเจ้าตัวจัดการ package ก่อนซึ่งผมได้แนะนำวิธีการลงไปในตอนที่แล้ว

2. SublimeCodeIntel (https://github.com/SublimeCodeIntel/SublimeCodeIntel)
เป็นพื้นฐานที่ควรลงเพราะเจ้า Package นี้จะคอยแนะนำ ตัวแปร หรือคำสั่งต่างให้เราเวลาที่พิม คล้าย Autocomplete ก็ว่าได้

3. SublimeLinter (https://sublime.wbond.net/packages/SublimeLinter)
ใช้สำหรับตรวจสอบไวยากรณ์ เหมือนกับที่ IDE ทั่วๆ ไปเค้ามีกันน่ะครับ ซึ่งหากใครมองหาอยู่สามารถโหลดกันได้เลย หากใครใช้ Sublime Text 3 ต้องโหลดแยกนะครับ ซึ่งแบ่งออกตามนี้อยากเช็คตัวไหนก็ลงตามใจชอบครับ

เพิ่มความสะดวกในการใช้งานเมนูด้านซ้ายให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปกติจะทำอะไรค่อนข้างยากมาก หากลงตัวนี้จะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น

ใครจะรู้ครับ โปรแกรมเมอร์บางคนเป็นคนละเอียดจ๋า ไม่ต้องการให้มีการเคาะ space ฟรีๆ ต่อท้ายในบรรทัด ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเลวร้ายมั้ยถ้ามีเว้นวรรคเยอะๆ ทำให้โปรแกรม หรือเว็บช้าแค่ไหน แต่หากใครเป็น Geek แล้วเจ้าระเบียบขนาดหนัก ก็จัดไปครับ มันจะช่วยแสดงการเคาะที่เกินมา พร้อมทั้งลบออกให้ท่าได้ในคำสั่งเดียว

Advanced สำหรับคนใช้ Git

เป็น Package ที่รวบรวมเอาคำสั่งต่างๆ ของ Git มาใช้งานโดยไม่ต้องพิมผ่าน Console / Cmd / Bash หรือ UI ต่างๆ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น

เครื่องมือสำหรับคนชอบ Git เวลาที่ท่านพิมๆๆๆๆ มัจะคอยตรวจสอบโค้ดที่เขียนโดยเปรียบเทียบว่าเขียนอะไรเพิ่มไปบ้าง ที่ทำให้เกิดความต่างจากของเดิมที่เขียนไว้ (ปกติผมจะตรวจสอบจากคำสั่ง git status หรือ git diff origin/master) อะไรที่เปลี่ยนแล้วทำให้เกิด uncommited มันจะบอกเราหมดครับ

จริงๆ แล้วหลายๆ คนคงมีคำถามว่าทำไม? ไม่ลงของจำเป็นเหล่านี้มาให้หมดเลยละทำไมต้องมานั่งโหลดเอาเอง ... คำตอบคือ ไม่มีใครรู้ว่าท่านเป็นคนทำงานสไตล์ไหน? อาจจะชอบแบบเรียบๆ ไม่ต้องมีตัวเสริมอะไรมาก เพราะมั่นใจในความเร็วของตัวเอง หรือผิดพลาดน้อย หรืออาจจะเป็นคนชอบของเล่นที่เค้ามีมาให้แต่ก็จะใช้เป็นบางอย่าง บางอย่างก็ไม่โอเค ไม่โอเคยังไง?

ตัวอย่าง มีเดฟหลายๆ คนที่ชอบเปิดหลายๆ โปรเจ็คในหน้าต่างเดียว แล้วลง GitGutter แน่นอนครับ เน็ตไม่เร็ว เครื่องไม่เจ๋งจริง ก็ต้องประสบปัญหากระตุกๆๆ เวลาเขียน อย่างที่บอกไปครับ Gitgutter มันจะคอยเช็คโค้ดเราที่เพิ่มไปกับของเดิมที่เคย commited ไปว่ามีความเปลี่ยนแปลงในส่วนไหนบ้าง หากเราเปิดทั้งโปรเจ็คทุกอันในหน้าต่างเดียวเลย แล้วทุกๆ โปรเจ็คมี Repository ทุกโปรเจ็คไม่อยากจะนึกภาพเลยครับ สุดท้ายอยากใช้ก็ต้องเปิดทีละโปรเจ็ค ไม่งั้นก็ต้อง Disable หรือ Remove เลยละครับ ...

สุดท้ายเสริมพลัง อัพเกรด Sublime Text ในสไตล์ของตัวเองได้เลยครับ มันยังมีให้เราเลือกเล่นอีกเยอะแยะ แต่ที่ผมนำมาแนะนำ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่หลายๆ คนหากเคยใช้ Eclispe หรือ Dreamweaver คงถามหาว่า Sublime Text ไม่มีเหรอ? มีครับ แค่คุณต้องไปค้นหามันเอาเอง ...



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเพิ่ม Font ภาษาไทยอื่นๆ เข้าไปใช้งานใน MPDF

เนื่องมาจากผมได้มีโอกาสจับงานที่ต้องแปลงหน้าเว็บให้เป็น PDF ลองๆ หาข้อมูลก็ไปเจอเจ้าตัวนี้ MPDF  ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีให้ใช้งานอีกหลายๆ ตัว สาเหตุที่เลือกใช้งานตัวนี้เพราะมัน ค่อนข้างจะติดตั้ง และใช้งานง่าย และยังสามารถอ้างอิง CSS เข้ามาช่วยจัดหน้าตาใน PDF ได้อีกด้วย ซึ่งผลที่ได้เพี้ยนไปจากตัวจริงไม่มากครับ แต่ที่ทำให้เลือกใช้งานเพราะการเพิ่มฟ้อนท์ภาษาไทย เข้าไปนั้นค่อนข้างง่ายครับ เลยจะขอมาแนะนำดังนี้

การเขียน Force download ด้วย PHP

การทำ Force download ด้วย PHP นั้น ไม่ไช่เรื่องใหม่อะไร มีการเขียนโค้ดด้วยลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ แต่ผมต้องนำมาแปะเป็นทริคเล็กน้อยกันตัวเองลืมครับ ประโยชน์ของมันคือในกรณีที่เราไม่สามารถเข้าไปจัดการ Apache config ได้เราสามารถใช้วิธีนี้แทนได้

ปลดล็อคความสามารถให้กับ Sublime Text ตอนที่ 1

นานมาแล้วที่ผมเคยใช้ Dreamweaver ในการพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่ CS 3 จนกระทั่งถึง CS 6 จนผมได้มาพบ Text Editor ที่ทรงพลังตัวหนึงเข้าและเกิดความประทับใจเป็นอย่างมาก จึงลองเปิดเปลี่ยนมาใช้มันดู ถ้าบอกตามความจริงแล้ว ผมเพียงแต่ใช้ตามเทรนน่ะครับ แบบเห็นคนเค้าใช้กันก็ลองใช้ดู แต่ที่ได้เห็นกับตาจริงๆ ก็คือ การโหลดโปรแกรมที่ไวในตอนเริ่ม ก่อนจะเกริ่นต่อไป ผมขอออกตัวนะครับ ว่าไม่ได้ไช่พวกคลั่ง  Sublime Text หรือจะมาบอกว่าดีกว่าตัวอื่นๆ แค่จะมานำเสนอความสามารถที่ซ่อนอยู่ สำหรับเพื่อนๆ ที่ลองใช้แล้วไม่เข้าใจว่ามันดียังไง .. เพราะความจริงก่อนหน้านั้นผมก็ใช้ Editpus หรือแม้แต่ Eclipse มาบ้างซึ่งก็ใช้ตามสถานการณ์ไม่ได้เจาะจงว่าต้อง Sublime อย่างเดียว .. สำหรับคนที่ใช้ Dreamweaver ก็อย่ากังวลครับ ไม่ได้มาบอกว่าใครที่ใช้ไม่โปร อันนี้ไม่เกี่ยวนะครับ ออกตัวไว้ให้รับทราบกันก่อน