ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Android Studio 1.0 กับการ import project (Non-Studio Project)



ยินดีด้วยกับเหล่า Android Developer เนื่องจากทางทีม Google ได้พัฒนา Android Studio เป็นเวอร์ชัน 1.0 ( ล่าสุดตอนนี้ 1.0.2 ) แต่ทว่าปัญหาการ Setting ค่อนข้างเยอะอยู่กับ Project อื่นที่เคยเขียนทั้งใน IDE ตัวอื่นมาก่อน วันนี้เลยอยากมาแชร์การ import project ที่เขียนบน Android Studio เวอร์ชันก่อนหน้านี้

ทำไมต้องเขียนบอก? มันก็แค่ open project เฉยๆ เท่านั้นไม่ไช่เหรอ?

จากประสบการณ์ตรงที่ลองมา ขอตอบเลยครับ ว่าไม่ไช่ครับ
( อันนี้ถ้าผมเข้าใจผิดแย้งได้นะครับ )

ตัว IDE  ของ Android Studio จะมอง Project ที่เขียนจากเวอร์ชันก่อนๆ เป็น
"Non-Studio Project"

เพราะฉะนั้นเวลาที่จะนำ Project เวอร์ชันเก่าๆ มาพัฒนาต่อ ให้เลือก import ในโหมด Non-Studio Project นะครับ แล้วตัว IDE จะทำการคอมไพล์ และสร้าง Graddle ให้ใหม่

หากผิดพลาดยังไงสามารถบอกผมได้นะครับ นั่งงมเป็นวันๆ เลยไม่อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ Dev ที่เจอปัญหาเดียวกันได้ผ่านปัญหานี้ไปไวๆ เลยอยากมาเขียน บทความเตือนความจำแปะไว้ครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเพิ่ม Font ภาษาไทยอื่นๆ เข้าไปใช้งานใน MPDF

เนื่องมาจากผมได้มีโอกาสจับงานที่ต้องแปลงหน้าเว็บให้เป็น PDF ลองๆ หาข้อมูลก็ไปเจอเจ้าตัวนี้ MPDF  ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีให้ใช้งานอีกหลายๆ ตัว สาเหตุที่เลือกใช้งานตัวนี้เพราะมัน ค่อนข้างจะติดตั้ง และใช้งานง่าย และยังสามารถอ้างอิง CSS เข้ามาช่วยจัดหน้าตาใน PDF ได้อีกด้วย ซึ่งผลที่ได้เพี้ยนไปจากตัวจริงไม่มากครับ แต่ที่ทำให้เลือกใช้งานเพราะการเพิ่มฟ้อนท์ภาษาไทย เข้าไปนั้นค่อนข้างง่ายครับ เลยจะขอมาแนะนำดังนี้

การเขียน Force download ด้วย PHP

การทำ Force download ด้วย PHP นั้น ไม่ไช่เรื่องใหม่อะไร มีการเขียนโค้ดด้วยลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ แต่ผมต้องนำมาแปะเป็นทริคเล็กน้อยกันตัวเองลืมครับ ประโยชน์ของมันคือในกรณีที่เราไม่สามารถเข้าไปจัดการ Apache config ได้เราสามารถใช้วิธีนี้แทนได้

มาเข้าใจ และใช้ Datatable ดึงข้อมูลแบบ Server-side ด้วย PHP, MySQL กันเถอะ

มีช่วงหนึงผมเคยนำ datatable มาพัฒนาในงานแต่เกิดปัญหาเนื่องจากมีข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการโหลดในครั้งแรกที่โหลดหน้าเพจนั้นๆ เนื่องจากผมใช้ Ajax ในการโหลดข้อมูลทั้งหมดมาในครั้งเดียวด้วยจำนวนข้อมูล 1000 ขึ้น ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าการทำ preload น่าจะช่วยได้ แต่ว่าถ้า user เกิดเผลอไปกด refesh หรือแก้ไขข้อมูลเวลากลับมาที่หน้าข้อมูลก็ต้องโหลดใหม่อีก ทำให้ผมเลิกใช้ datatable ไปเลย เพราะคิดว่ามันคงไม่เหมาะ แต่ในความจริงแล้ว datatable ก็ได้มีสิ่งที่มาแก้ในจุดนั้นได้ ซึ่งเรียกว่า server-side โดยการที่อนุญาตให้เรา query ข้อมูลออกมาก่อนแล้วส่งมาให้ datatable อ่านข้อมูลในจำนวนที่น้อยลง หลักการก็เหมือนๆ กับบทความการทำสร้าง XML จากข้อมูลขนาดใหญ่นั่นแหละครับ แต่มีเงื่อนไขเพียงแต่ว่า ต้อง Filter และส่งข้อมูลออกมาในรูปแบบที่ตรงตามหลักของ datatable เท่านั้น ( บางครั้งเวลาเข้าไปอ่าน Document หรือดู Example จะงงๆ ว่าอะไรเยอะแยะ ) โดยวันนี้จะมาแนะนำการใช้งานแบบง่ายๆ กันเลย :D