ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การใช้งาน jQuery Validation Plugin ตอนที่ 1


สมัยก่อนตอนเขียนเว็บใหม่ๆ การกรอกฟอร์มต่างๆ ผมมักจะเขียนตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ด้วย PHP ตลอด ถึงแม้ว่ามันจะสะดวกและง่าย แต่ว่าวิธีจะมีปัญหาในเรื่องการเก็บค่าต่างๆ ที่ผู้ใช้งานเคยกรอกไปแล้วในส่วนที่ถูกต้อง ซึ่งก็ทำให้ต้องมานั่งเขียนเก็บค่าที่รับมาจากฟอร์มไว้ แล้วส่งกลับไปยังหน้าเดิม ยิ่งถ้าฟอร์มมี input เยอะๆ ก็ต้องมานั่งเขียนเก็บค่าตามฟอร์ม อีกทั้งยังต้องมาเขียนตรวจสอบข้อมูลที่รับมาอีก



ปัญหานี้จะหมดไปหากท่านใช้ Javascript จริงๆ มันก็ไม่ไช่เรื่องใหม่อะไร กับการนำ Javascript เข้ามาใช้ในการช่วยตรวจเช็คข้อมูลว่ามีความถูกต้องหรือไม่ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบ Javascript เท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยจะเข้าใจการเรียกใช้งาน หรือแม้แต่การจะเข้าถึง element htm ใดๆ แต่ว่าในปัจจุบันมี Javascrpt Library อย่าง jQuery ออกมาให้ใช้งาน ผมคิดว่ามันใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิม เลยลองหันมาใช้ตัว jQuery Validation Plugin ดู ซึ่งผลก็ออกมา โอเคเลยครับ ยืดหยุ่น มากๆ ซึ่งท่านสามารถ download ได้จาก ที่นี่

ส่วนวิธีการใช้งานนั้นก็มีหลายแบบ วันนี้ผมจะขอเสนอแบบง่ายๆ ก่อนนะครับ

ขั้นตอนแรกก็เรียกไฟล์ jquery ซึ่งสามารถหาโหลดได้จากเว็บของ jquery เลยครับ ชอบเวอร์ชันไหนก็เลือกเลยยยย ของผมใช้ 2.0.3 และเรียกไฟล์ jQuery Validate มาด้วย แบบนี้ครับ



จากนั้นก็ทดสอบ สร้างฟอร์มง่ายๆ แล้วกำหนด id ให้กับฟอร์มนั้นๆ ด้วยนะครับ เพราะเราจะเรียกใช้คำสั่งด้วย id ของฟอร์มที่เราสร้าง แบบนี้ครับ
username :
email :
address:

แล้วมาเรียกใช้ตัว Validate ต่อจาก ฟอร์มที่เราสร้างแบบนี้ครับ



วิธีการเรียกใช้งานแบบนี้จะเป็นแบบอัตโนมัตินะครับ เราจะไม่สามารถแก้ไข หรือเปลี่ยนการเช็คอะไรได้มาก วิธีการเช็คตามตัวอย่างหาก เราใส่คำว่า required ที่ input ตัวไหน มันก็จะฟ้องว่าให้เราเติมค่านั้น อย่าให้เป็นค่าว่าง หรือถ้าหากเรา ใช้ input กำหนดชื่อ เป็น อีเมล์ มันก็เช็คว่ารูปแบบนั้นถูกต้องหรือไม่

ส่วนวันนี้วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ มีโอกาสว่างเมื่อไหร่จะมาพูดถึงการเรียกใช้งานในแบบอื่นๆ นะครับ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเพิ่ม Font ภาษาไทยอื่นๆ เข้าไปใช้งานใน MPDF

เนื่องมาจากผมได้มีโอกาสจับงานที่ต้องแปลงหน้าเว็บให้เป็น PDF ลองๆ หาข้อมูลก็ไปเจอเจ้าตัวนี้ MPDF  ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีให้ใช้งานอีกหลายๆ ตัว สาเหตุที่เลือกใช้งานตัวนี้เพราะมัน ค่อนข้างจะติดตั้ง และใช้งานง่าย และยังสามารถอ้างอิง CSS เข้ามาช่วยจัดหน้าตาใน PDF ได้อีกด้วย ซึ่งผลที่ได้เพี้ยนไปจากตัวจริงไม่มากครับ แต่ที่ทำให้เลือกใช้งานเพราะการเพิ่มฟ้อนท์ภาษาไทย เข้าไปนั้นค่อนข้างง่ายครับ เลยจะขอมาแนะนำดังนี้

แก้ไขปัญหา Laravel+Vite redirect ไปที่ path build

  ก่อนหน้านี้ติดปัญหาเรื่องการพัฒนาเว็บแอพลิเคชันด้วย Laravel และ Vuejs โดยใช้ Vite ควบคู่ในการพัฒนา Frontend ตอนรัน npm run dev ก็ดูเหมือนจะใช้งานได้ปกติ แต่พอมาลอง build ดูปรากฏว่าตัว application คอย redirect ไปที่ path /build ตลอดเลย พอหาข้อมูล ไปๆ มาๆ ก็เจอว่าตอนที่เขียนเราใช้ router ของฝั่ง vuejs ซึ่งทำเป็น SPA const router = createRouter({     history: createWebHistory(import.meta.env.BASE_URL), }); จากโค๊ดด้านบนนี่แหละที่ มึนอยู่หลาย ชั่วโมง แก้ง่ายๆ ที่สุด คือทำแบบนี้ const router = createRouter({     history: createWebHistory(), }); เข้าใจว่า import.meta.env.BASE_URL ค่า default น่าจะเป็น /build ถ้าเอาออกจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ แต่ยังไม่ได้ลองว่าถ้าเราไปกำหนด env ตัวนี้ขึ้นมาก็อาจจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ด้วยหรือเปล่า? VITE_BASE_URL="/" ใครลองแล้วได้ผลมาคอมเม้นกันด้วยนะ วันนี้ไปก่อนละ

การเขียน Force download ด้วย PHP

การทำ Force download ด้วย PHP นั้น ไม่ไช่เรื่องใหม่อะไร มีการเขียนโค้ดด้วยลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ แต่ผมต้องนำมาแปะเป็นทริคเล็กน้อยกันตัวเองลืมครับ ประโยชน์ของมันคือในกรณีที่เราไม่สามารถเข้าไปจัดการ Apache config ได้เราสามารถใช้วิธีนี้แทนได้