ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การติดตั้ง Google Analytics ด้วย Google Tag Manager

สำหรับสายงานโปรแกรมเมอร์นั้น ไม่ค่อยมีปัญหามากนักเวลาที่จะต้องแก้ไข หรือเปลี่ยน UA โค๊ดของ Analytics เพราะสามารถทำได้เอง แต่ก็นะ ถึงแม้ว่าจะง่ายแต่ในเวลาที่ไม่สะดวกจริงๆ แถมงานที่ทำส่วนใหญ่ต้องอัพผ่าน Git การจะทำอะไรแบบนั้นก็ไม่ไช่เรื่องง่ายอีกต่อไป





เพราะต้องคอยเปลี่ยนแปลง แก้ไขโค๊ดอยู่ตลอด ถึงแม้จะไม่บ่อยแต่ก็ต้องผ่านขั้นตอนหลายๆ กระบวนการ ยิ่งถ้าเป็นสายงาน Marketing แล้วล่ะก็ กว่าทีม Dev จะเปลี่ยนให้ทีก็ต้องรอคิวยาวๆ
เพราะฉะนั้นมาดูทางออกที่เป็นกลางกันดีกว่า เพื่อลดปัญหาการทำงานระหว่าง Marketing และทีม Dev ด้วย Google Tag Manager เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมาเมื่อปีก่อน โดยทำหน้าที่เชื่อมต่อกับ Tracking ต่างๆ อย่าง เช่น Google Analytics เป็นต้น โดยสามารถดูวิธีการติดตั้งได้ที่วิดีโอด้านล่างนี้


เป็นผลงานของ Thai GTM ท่านสามารถเข้าไปดูวิดีโออื่นๆ ได้ที่นี่

Credit Thai GTM

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเพิ่ม Font ภาษาไทยอื่นๆ เข้าไปใช้งานใน MPDF

เนื่องมาจากผมได้มีโอกาสจับงานที่ต้องแปลงหน้าเว็บให้เป็น PDF ลองๆ หาข้อมูลก็ไปเจอเจ้าตัวนี้ MPDF ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีให้ใช้งานอีกหลายๆ ตัว สาเหตุที่เลือกใช้งานตัวนี้เพราะมัน ค่อนข้างจะติดตั้ง และใช้งานง่าย และยังสามารถอ้างอิง CSS เข้ามาช่วยจัดหน้าตาใน PDF ได้อีกด้วย ซึ่งผลที่ได้เพี้ยนไปจากตัวจริงไม่มากครับ แต่ที่ทำให้เลือกใช้งานเพราะการเพิ่มฟ้อนท์ภาษาไทย เข้าไปนั้นค่อนข้างง่ายครับ เลยจะขอมาแนะนำดังนี้

มาเข้าใจ และใช้ Datatable ดึงข้อมูลแบบ Server-side ด้วย PHP, MySQL กันเถอะ

มีช่วงหนึงผมเคยนำ datatable มาพัฒนาในงานแต่เกิดปัญหาเนื่องจากมีข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการโหลดในครั้งแรกที่โหลดหน้าเพจนั้นๆ เนื่องจากผมใช้ Ajax ในการโหลดข้อมูลทั้งหมดมาในครั้งเดียวด้วยจำนวนข้อมูล 1000 ขึ้น ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าการทำ preload น่าจะช่วยได้ แต่ว่าถ้า user เกิดเผลอไปกด refesh หรือแก้ไขข้อมูลเวลากลับมาที่หน้าข้อมูลก็ต้องโหลดใหม่อีก ทำให้ผมเลิกใช้ datatable ไปเลย เพราะคิดว่ามันคงไม่เหมาะ

แต่ในความจริงแล้ว datatable ก็ได้มีสิ่งที่มาแก้ในจุดนั้นได้ ซึ่งเรียกว่า server-side โดยการที่อนุญาตให้เรา query ข้อมูลออกมาก่อนแล้วส่งมาให้ datatable อ่านข้อมูลในจำนวนที่น้อยลง หลักการก็เหมือนๆ กับบทความการทำสร้าง XML จากข้อมูลขนาดใหญ่นั่นแหละครับ แต่มีเงื่อนไขเพียงแต่ว่า ต้อง Filter และส่งข้อมูลออกมาในรูปแบบที่ตรงตามหลักของ datatable เท่านั้น ( บางครั้งเวลาเข้าไปอ่าน Document หรือดู Example จะงงๆ ว่าอะไรเยอะแยะ ) โดยวันนี้จะมาแนะนำการใช้งานแบบง่ายๆ กันเลย :D

ปลดล็อคความสามารถให้กับ Sublime Text ตอนที่ 2

ความเดิมจากตอนที่แล้วสำหรับตอนที่ 2 นี้ ผมจะมาแนะนำ plugin ที่น่าใช้สำหรับ Web Development นะครับ ซึ่งความจริงแล้วก็มีให้เราเลือกเลือกใช้มากมาย สามารถ search google ได้ด้วยคำว่า "sublime popular package" ซึ่งทาง Sublime Text ได้จัดอันดับไว้ให้เราด้วย สามารถเข้าไปเลือกดู เลือกโหลดกันตามใขชอบเลยครับ แต่ผมจะมาขอแนะนำ ตัวที่คิดว่าลงแล้วใช้งานได้จริงแน่ๆ มาฝากกันครับ