ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความแตกต่างในการประกาศใช้งาน Datatable ที่หลายคนอาจจะไม่รู้


จากบทความก่อนที่พูดถึงการใช้งาน Datatable คร่าวๆ ไป มาต่อคราวนี้ต้องบอกเลยว่า อันนี้ต้องจำจริงๆ เนื่องจาก Datatable นั้นมีปลั๊กอิน และ API เยอะแยะมากมายให้เราเลือกใช้ แต่ว่ารูปแบบการใช้งานดันไม่เหมือนกัน หากใครมองผ่านๆ หรือไม่ได้อ่านคู่มือให้ดีๆ จะพบว่า Datatable นั้นมีวิธีเรียกใช้งาน หรือประกาศใช้งาน 2 แบบ คือ

สองแบบนี้ต่างกันตรง การใช้งานในส่วนเสริมต่างๆ แบบที่ขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่จะใช้งานได้ปกติ แต่จะไม่สามารถเรียกใช้ปลั๊กอินต่างๆ ได้

http://datatables.net/plug-ins/api

ถ้าหากว่าเปลี่ยนไปใช้แบบตัวเล็ก ก็จะไม่สามารถเรียกใช้งาน Properties ต่างๆ ของ Datatables ได้อีก วิธีแก้ของผม คือ ประกาศการใช้งานหลักด้วยตัวใหญ่ จากนั้นเวลาจะใช้ปลั๊กอินก็ประกาศใหม่อีกครั้งด้วยแบบที่ขึ้นต้นด้วยตัวเล็ก ก็จะสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 แบบแล้วครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มาเข้าใจ และใช้ Datatable ดึงข้อมูลแบบ Server-side ด้วย PHP, MySQL กันเถอะ

มีช่วงหนึงผมเคยนำ datatable มาพัฒนาในงานแต่เกิดปัญหาเนื่องจากมีข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการโหลดในครั้งแรกที่โหลดหน้าเพจนั้นๆ เนื่องจากผมใช้ Ajax ในการโหลดข้อมูลทั้งหมดมาในครั้งเดียวด้วยจำนวนข้อมูล 1000 ขึ้น ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าการทำ preload น่าจะช่วยได้ แต่ว่าถ้า user เกิดเผลอไปกด refesh หรือแก้ไขข้อมูลเวลากลับมาที่หน้าข้อมูลก็ต้องโหลดใหม่อีก ทำให้ผมเลิกใช้ datatable ไปเลย เพราะคิดว่ามันคงไม่เหมาะ

แต่ในความจริงแล้ว datatable ก็ได้มีสิ่งที่มาแก้ในจุดนั้นได้ ซึ่งเรียกว่า server-side โดยการที่อนุญาตให้เรา query ข้อมูลออกมาก่อนแล้วส่งมาให้ datatable อ่านข้อมูลในจำนวนที่น้อยลง หลักการก็เหมือนๆ กับบทความการทำสร้าง XML จากข้อมูลขนาดใหญ่นั่นแหละครับ แต่มีเงื่อนไขเพียงแต่ว่า ต้อง Filter และส่งข้อมูลออกมาในรูปแบบที่ตรงตามหลักของ datatable เท่านั้น ( บางครั้งเวลาเข้าไปอ่าน Document หรือดู Example จะงงๆ ว่าอะไรเยอะแยะ ) โดยวันนี้จะมาแนะนำการใช้งานแบบง่ายๆ กันเลย :D

การติดตั้ง Google Analytics ด้วย Google Tag Manager

สำหรับสายงานโปรแกรมเมอร์นั้น ไม่ค่อยมีปัญหามากนักเวลาที่จะต้องแก้ไข หรือเปลี่ยน UA โค๊ดของ Analytics เพราะสามารถทำได้เอง แต่ก็นะ ถึงแม้ว่าจะง่ายแต่ในเวลาที่ไม่สะดวกจริงๆ แถมงานที่ทำส่วนใหญ่ต้องอัพผ่าน Git การจะทำอะไรแบบนั้นก็ไม่ไช่เรื่องง่ายอีกต่อไป



ปัญหาที่เกิดจากการใช้งาน Facebook PHP SDK ในการทำ Facebook Login

จากบทความก่อนๆ ที่ผมเคยแนะนำการการใช้งาน Facebook PHP SDK ในการทำ Facebook Login สำหรับการแก้ไขปัญหา Chrome ไม่รองรับ Facebook Javascript SDK ซึ่งสามารถใช้งานได้ปกติ โดยการสับขาหลอกของตัวผมเอง หลายๆ ท่านที่เข้ามาอาจจะลองก๊อปโค้ดไปแปะ แล้วปรากฎว่ามันไม่เห็นจะทำงานได้จริง

เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นจาก error นี้
"Error validating verification code. Please make sure your redirect_uri is identical to the one you used in the OAuth dialog request"